สาระ มีอยู่จริง

กองทุนปันผล VS  ไม่ปันผล แบบไหนดีกว่ากัน

เชื่อว่า หลายๆคนที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนใดกองทุนหนึ่งคงมีข้อสงสัยและลังเลใจอยู่ว่า จะเลือกซื้อกองทุนที่มีนโยบายปันผลหรือไม่ปันผลดี เพราะใจหนึ่งก็อยากมีเงินไว้ใช้ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากเสียภาษี ณ ที่จ่าย ให้เงินทำงานต่อแบบนั้นไปเรื่อยๆก็ดีเหมือนกัน สำหรับยังลังเลไม่รู้จะตัดสินใจเลือกซื้อแบบไหน วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาฝาก

การเลือกซื้อกองทุนใดๆก็ตาม สิ่งแรกที่ผู้ลงทุนควรพิจารณาก็คือ

1.เป้าหมายของการลงทุน  ถ้าเป้าหมายของคุณ คือ การสร้างกระแสเงินสด ในระหว่างทางการลงทุน  ซึ่งเป็นเป้าหมายในระยะสั้น ควรเลือก กองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่หากเป้าหมายของคุณ คือ เงินก้อนโต ที่จะได้รับหลังการลงทุน ควรเลือก กองทุนที่มีนโยบายไม่จ่ายเงินปันผล

2.อายุ

อายุเป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างโอกาสในการทำเงินให้งอกเงย หากรู้จักการลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อยๆอยู่ ซึ่งแน่นอนว่า คนที่อยู่ในวัยทำงานและมีกำลังในการหาเงิน ย่อมมีโอกาสที่มากกว่า เพราะ ยังสามารถทำงานหาเงินได้ และยังคงมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณหรือคนที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า เป็นวัยที่ไม่มีรายได้หรือ หากมีรายได้ก็อาจจะไม่มากเหมือนตอนที่ยังทำงานอยู่ การเลือกกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลจึงมีความเหมาะสมกว่า เพราะ นอกจากจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้แล้ว ยังสามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อนในการเสียภาษี ณ ที่จ่ายได้อีกด้วย หากค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนรายปีไม่ถึง150,000 บาท ก็จะขอคืนเงินจากภาษีที่ถูกหักได้

3.รายได้

รายได้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ลงทุนที่เป็นพนักงานประจำ มีงานเป็นหลักแหล่งและมีรายได้ที่ตายตัว  อาจจะเลือกการลงทุนในกองทุนแบบจ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายปันผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยและเป้าหมายของตัวคุณเอง

แต่สำหรับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น อาชีพอิสระ ขายของออนไลน์ คนที่มีรายได้น้อย ควรเลือกกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลมากกว่า กองทุนที่มีนโยบายไม่จ่ายเงินปันผล เพราะ นอกจากจะเป็นนำมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังช่วยให้รายได้ของเราเพิ่มขึ้นแถมยังมีเงินสำรองเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้อีกทาง

 

 

4.สไตล์ความชอบในการลงทุน

ปัจจัยข้อสุดท้าย คือ สไตล์ความชอบ ระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละคน  บางคนชอบที่จะสะสมเงินไปเรื่อยๆและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน หวังเงินก้อนโตไว้ใช้สำหรับการเกษียณหรือวางแผนที่จะปลดระวางการทำงาน กองทุนไม่ปันผลจึงเหมาะกว่า

และเพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณา ลองมาดู ข้อดี ข้อด้อย ของกองทุนทั้งสองประเภท

กองทุนปันผล   ข้อดี  มีดังต่อไปนี้

1.เงินปันผล  ความน่าสนใจของกองทุนนี้ คือ เงินที่จะได้รับ นั่นเอง แต่จำนวนเงินจะมาหรือน้อยขึ้นอยู่กับผลกำไรจากการดำเนินงานของกองทุน  หากกองทุนมีผลการดำเนินงานที่ดี ผลกำไรหรือค่าตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับก็จะเพิ่มขึ้น

2.ลดความเสี่ยง    ปัจจุบันมีนักลงทุนเป็นจำนวนมากที่รับไม่ได้กับความผันผวนของสภาวะทางการตลาดที่มีขึ้นมีลง ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนและเพื่อความสบายใจของผู้ลงทุนเอง การรับเงินปันผล ย่อมเป็นค่าตอบแทนที่ดีกว่า

กองทุนปันผล   ข้อด้อย  มีดังต่อไปนี้

1.เสียภาษี ณ ที่จ่าย  10 % จากเงินปันผล ผลกำไรที่เราได้รับจากการลงทุนในรูปแบบของเงินปันผลนั้น จะมีการหักภาษี  ทำให้กำไรค่าตอบแทนที่จะได้รับนั้นไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

2.ไม่มีเงินก้อน    สำหรับใครที่หวังว่า การลงทุนจะช่วยให้เรามีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคต ไม่ควรเลือกการลงทุนแบบจ่ายเงินปันผล เพราะ นอกจากเราจะไม่ได้รับเงินก้อนโตแล้ว  เงินปันผลที่เราได้รับอย่างสม่ำเสมอ ยังเป็นการลดมูลค่าของกองทุนให้ลดลงอีกด้วย

กองทุนไม่ปันผล  ข้อดี มีดังนี้คือ

1.ไม่มีการหักภาษี    เมื่อไม่มีการจ่ายเงินปันผล ผลตอบแทนที่จะได้รับก็จะเต็มเม็ดเต็มหน่วย

2.กำไรสะสมในกองทุน สำหรับใครที่ลงทุน เพื่อเป้าหมาย การมีเงินก้อนไว้ใช้ในยามเกษียณ กองทุนไม่ปันผลเหมาะสมที่สุด เพราะทุกครั้งที่มีผลกำไร กองทุนนี้จะนำผลกำไรที่ได้รับนั้นไปลงทุนต่อ ทำให้มูลค่าของหน่วยลงทุนนั้นสูงขึ้น  เมื่อไม่มีเงินปันผลก็จะทำให้เงินปลายทางของผู้ลงทุน เติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกลายเป็นเงินก้อนโต

กองทุนไม่ปันผล  ข้อด้อย มีดังนี้คือ

1.ไม่มีเงินใช้จ่ายในระหว่างทาง  แน่นอนว่า การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง หากในระหว่างการนำเงินไปต่อยอดการลงทุน สภาวะการตลาดของกองทุนอยู่ในระดับต่ำ ผลการดำเนินงานของกองทุนก็ย่อมได้รับผลกระทบ ผู้ลงทุนเองก็อาจจะไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุน

สุดท้าย ไม่ว่า คุณจะเลือกการลงทุนในรูปแบบกองทุนปันผลและไม่ปันผล  สิ่งแรกที่คุณไม่ควรลืม คือ เป้าหมาย ระยะเวลาของการลงทุนสอดคล้องกับความต้องการของตัวผู้ลงทุนเองหรือไม่

สาระ มีอยู่จริง

แนวคิดการเลือกสินค้าขาย amazon

ถือเป็นปัญหาใหญ่เลยครับสำหรับการเลือกสินค้ามาขาย เพราะเดี๋ยวนี้การขายสินค้าที่อเมซอนนั้นน่าปวดหัวยิ่งนัก เพราะมีการตัดราคากันเหลือเกิน อีกอย่างคือสินค้าเลียนแบบจากจีนที่มีต้นทุนการผลิตถูก ดังนั้นอาจจะต้องปรับแนวคิดเรื่องการการเลือกสินค้ากันหน่อยครับ สินค้าควรได้เปรียบคู่แข่ง ทั้งในด้านการผลิตและด้านการขนส่ง ซึ่งเรียงลำดับรายละเอียดการเลือกสินค้าสำหรับอเมซอนมาให้ดูกันดังนี้ครับ

  1. เป็นสินค้าของไทย

จะต้องเป็นสินค้าที่มีวัตถุดิบเฉพาะในไทยเท่านั้นครับ ที่คิดว่าจีนไม่สามารถผลิตได้ หรือผลิตลำบากกว่า ต้นทุนในการผลิตที่ไทยนั้นถูกกว่าเมืองจีนเพราะว่าจะได้เป็นการตัดคู่แข่งจากจีนได้ คีย์เวิร์ดสำคัญคือ ฝีมือคนไทย และสามารถตัดคู่แข่งจากจีนได้ครับ

  1. เป็นสินค้าที่ไทยผลิตได้เอง

เพราะคุณจะได้เปรียบในด้านการขนส่งครับ สินค้าที่คุณส่งได้แต่คนอื่นส่งแล้วเสียค่าแพงเยอะ เช่นเป็นสินค้าที่ไปรษณีย์จีนขนส่งไม่ได้ เป็นสินค้าที่ไปรษณีย์ไทยขนส่งไม่ได้ เป็นสินค้าที่ usa ขนส่งไม่ได้ เป็นสินค้าที่ UPS FEDEX DHL TNT ขนส่งไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการตัดคู่แข่งในการขนส่งทุกายเลยครับ

หากเป็นเมื่อก่อนละก็ สินค้าที่ผลิตง่าย ขนส่งง่ายมักจะได้รับความนิยมแต่ก็จะเจอพวก copy ชาวเกาะเยอะครับ ดังนั้นหากคุณลองหาสินค้าใหม่ ๆ ที่คุณเองสามารถตัดคู่แข่งไปได้เยอะ ก็จะทำให้คุณเกือบผูกขาดสินค้าอยู่เจ้าเดียวแล้วล่ะครับ สินค้าที่น่าสนใจจึงเป็นสินค้าที่ผลิตยาก ขนส่งยากและต้นทุนสูง ซึ่งเป็นแนวคิดที่สวนทางกับการหาสินค้าถูกเพื่อซื้อง่ายขายคล่องครับ

ก็เป็นอีกแนวคิดนึงที่นำมา สอน amazon กันครับ ซึ่งอาจจะเป็นทางเลือกใหม่ ๆให้กับคนที่กำลังหาสินค้าอยู่ หรือกำลังตันกับสิ่งที่ขายอยู่ ไม่ว่าจะขายอะไรก็โดนตัดราคา ฉะนั้นลองเปลี่ยนแนวคิดใหม่ครับ คิดกลับด้านกันดูอาจจะเจอสินค้าใหม่ ๆ ที่คู่แข่งน้อย และอาจจะตรงกับความต้องการของกลุ่มคนยุคใหม่ด้วย

ลองไล่ลิสต์ดูนะครับ ไล่ดูนะครับเขียนเหตุผลสินค้าที่ต่างจากที่อื่น สินค้าที่ไหน ๆ ขนส่งไม่ได้ ลองไล่ออกมาแล้วคุณจะเจอสินค้าที่ใช่ครับ ลองดูว่าเหมาะสมที่จะนำมาขายมั้ย ดูองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างเพราะหากว่าคุณเจอสินค้าตามที่ต้องการเป๊ะแต่ว่าอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ตลาดสนใจ ฉะนั้นลองหามาเยอะ ๆ ตีโจทย์ให้แตกครับ แล้วคุณจะได้สินค้าที่ใช่ไร้คู่แข่งแถมยังเป็นความต้องการของตลาดอีกด้วยครับ ก็เป็นข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับสอน amazon วันนี้นะครับ อย่ามัวแต่อ่านแล้วไม่ลงมือทำกันล่ะ

สาระ มีอยู่จริง

จังหวัดน่าน ที่พักผ่อนแบบสบายใจ

หากให้พูถึงจังหวัดที่สถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยภูเขา วัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่ยังคงเอกลักษณ์ถึงแม้ว่าในยุคสมัยได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก แต่ชาบ้านก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย มีการปรับเปรียบเพื่อให้เข้กับยุคสมัยแต่ยังคงความเงียบสงบไว้ มีการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ไว้เพราะเชื่อกันว่า ป่าไม้นั้นเป็นสิ่งที่ให้ชีวิตของผู้คนในหมู่บ้าน จากที่ผมได้เกริ่นมาซะขนาดนี้แล้ว นักท่องเที่ยวหลายท่านคงนึกออกแล้วล่ะว่าผมกำลังพุดถึงจังหวัดน่านอยู่ไงล่ะ

จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีป่าไม้แทบจะอุดมสมบรูณ์มากที่สุดในประเทศไทยกันเลยก็ว่าได้ล่ะครับ ด้วยความที่ชาวบ้านทุกคนนั้นเห็นคุณค่าทรัพยากรจากธรรมชาติเอามากๆเลยทีเดียว จึงทำให้เรายังเห็นความอุดมสมบรูณ์ของป่าไม้มาจนถึงทุกวันนี้ และก็ก่อให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติเป็นอย่างมาก เรียกได้เลยว่า เป็นจังหวัดยอดฮิตที่ทุกคนต้องลองมาสัมผัสกันอย่างแน่นอน

และสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดน่านนั้นก็มีหลากหลายสถานที่เราเราได้เลือกกันเลยล่ะครับ เพราะด้วยเหตุที่มีความอุดมสมบรูณ์ของธรรมชาติและยังคงประเพณีดั้งเดิมต่างๆไว้ ทำให้จังหวัดน่านนั้นสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทุกฤดู แต่ฤดูที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากที่สุดนั้นก็คือ ฤดูหนาว เพราะนักนักท่องตองการมาสัมผัสอากาศหนาวและชมทะเลกันที่นี่ ซึ่งในหนึ่งปี เราก็ถึงจะสามารถสัมผัสอากาศได้ตลอดทั้งวันเพียงแค่ครั้งเดียว แต่สำหรับจังหวัดน่านนั้น หากนักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสอากาศหนาว ที่จังหวัดน่านก็มีให้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าหากอยู่ในช่วงฤดูร้อน เราก็จะยังคงสัมผัสอากาศหนาวได้เฉพาะเวลากลางคืนเพียงเท่านั้น สวนเรื่องของทะเลหมอกเราจะสัมผัสดูได้ตลอดทั้งปี แต่บางช่วงอาจจะมีน้อยและต้องตื่นมาดูในเวลาเช้าเอามากๆกันเลยล่ะครับ ส่วนสถานที่ที่นิยมไปดูหมอกหรือสัมผัสอากาศหนาวกันนั้นก็จะมี อุทยานศรีน่าน อุทยานแห่งชาติขุนสถาน ดอยเสมอดาว เรียกได้ว่าแต่ละสถานที่นั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมาก

ส่วนในเรื่องของการเดินทางมาจังหวัดน่านก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว หากใครที่ไม่ชอบการขับรถหรือนั่งรถเป็นเวลานาน ท่านก็สามารถนั่งเครื่องบินจาก กรุงเทพ-น่าน ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้นเอง

แต่หากใครที่ชื่นชอบการเดินทางแบบสายลุยสักนิด ก็มีบริการรถโดยสารประจำทางหรือจะนั่งรถไฟมา ก็เรียกได้ว่าจะได้รับรสชาติการเดินทางไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวก็สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวมาได้ง่ายๆ เลย คือ ขับรถจากรุงเทพมุ่งหน้าเข้าจังหวัดนครสวรรค์ใช้ทางหลวงหมายเลย 32 และวิ่งตรงเข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ใช้ทางหลวงหมายเลข17 เมื่อมาถึงพิษณุโลกก็มุ่งหน้าตรงเข้าจังหวัดแพร่ อุตรดิตถ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 จากนั้นถึงแยกเข้าจังหวัดน่านใช้ทางหลวงหมายเลข 101 หลังจากนั้นก็เข้าตามแพลนไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่วางวางไว้ได้เลย ซึ่งก็ไม่ได้ยากนัด เนื่องจากจังหวัดน่านเป็นจังหวัดเล็กที่สามารถขับรถโดยใช้เส้นทางทางเดียวเท่านั้นก็สามารถแทบจะเที่ยวได้ทั่วทุกสถานที่กันเลยครับ

สาระ มีอยู่จริง

ปัจจุบันการขายออนไลน์นั้นเป็นที่นิยมมากครับ เมื่อก่อนหากจะทำการค้ากับต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่ปัจจุบันไม่ยากแล้วการนำเข้าหรือส่งออกเป็นเรื่องที่ง่ายมากเมื่อโลกไซเบอร์เข้าถึงครับ และก่อให้เกิดเป็นการขายสินค้าแบบคนกลางที่คุณไม่ต้องมีสินค้าอยู่ในมือก็สามารถขายได้ นั่นคือการขายสินค้า amazon แบบ aff นั่นเองครับ ซึ่งปัจจุบันก็มีคอร์สมากมายที่เปิดสอน amazon ทั้งฟรีและไม่ฟรี ทีนี้เรามาดูข้อแตกต่างกันเลยครับ ว่าฟรีกับไม่ฟรีนั้นแตกต่างกันอย่างไร

  1. คอร์ส amazon ฟรีเหมาะกับคนที่ไม่มีพื้นฐาน

คอร์สสอน amazon ฟรีหลาย ๆ ที่นั้น จะสอนในเรื่องพื้นฐานครับ เช่นการทำ amazon นั้นดีอย่างไร สามารถทำเงินได้อย่างไร จะไม่ได้ลงรายละเอียดเทคนิคมากนั้น จะเน้นโชว์ยอดขายและวิธีขายว่าการทำ amazon นั้นมีกี่วิธี เช่นการเป็น aff และการนำสินค้ามาขายเองเป็นต้นครับ แต่จะไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักในเรื่องเทคนิคการขาย หรือปัญหาที่จะต้องเจอ คอร์สประเภทนี้เน้นพูดเชิงบวกซะมากกว่า สร้างแรงจูงใจให้อยากขาย amazon เป็นต้นครับ ฉะนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่อยากหารายได้เสริม ลงคอร์สแล้วมานั่งฟังก็ถือว่าโอเคครับ เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี ซึ่งท้าย ๆ คอร์สฟรีเหล่านี้ก็จะมีการแนะนำให้คุณซื้อคอร์สแบบเต็ม ๆ ครับ ราคาก็ต่างกันไปตามแพคเก็จที่จะได้รับ ชอบแบบไหนก็เลือกกันได้เลย แต่ถ้าไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรครับ เพราะจากที่คุณเข้าคอร์สฟรีมาคุณก็พอจะมีพื้นฐานบ้าง สามารถมาหาข้อมูลต่อยอดได้ด้วยตัวเอง

  1. คอร์สสอน amazon แบบเสียเงิน

แน่นอนว่าคอร์สที่เสียเงินจะต้องมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะกว่าแน่นอน ซึ่งจะสอนให้คุณทำได้มียอดขายสำเร็จครับ เหมือนกับเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลจนกว่าคุณจะสามารถขายได้ ทุกแนวทางที่แนะนำล้วนแล้วแต่เป็นทางที่ประสบความสำเร็จ คุณไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง มีปัญหาก็สามารถถามผู้สอนได้เลยทันทีเหมือนกับมีพี่เลี้ยงส่วนตัวยังไงอย่างนั้นเลยล่ะ หากคุณขายสินค้าแบบ aff โค้ชก็จะให้แนวทางในการโปรโมทการทำ SEO ที่ทำให้บล็อคของคุณติดอันดับได้จริง ๆ และมีเม็ดเงินเข้ามาในบัญชีครับ แต่ถ้าเป็นแบบนำสินค้ามาขายใน amazon โค้ชก็จะแนะนำแหล่งหาซื้อสินค้าไปขาย วิธีโปรโมทยังไงให้สินค้าติดอันดับอะไรทำนองนี้ ซึ่งก็จะมีเทคนิคต่าง ๆ มากมายจนคุณมียอดขายเข้ามาตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ ซึ่งราคาคอร์สก็คุ้มค่าคุ้มราคาครับ อาจจะต้องลงทุนเยอะสักหน่อย แต่ผลตอบแทนที่กลับมาถือว่าคุ้มค่าทีเดียว

สาระ มีอยู่จริง

เป็นปัญหาชวนหัวสำหรับมือใหม่ทำ amazon มาก ๆ ครับ เกี่ยวกับเรื่องของการหาสินค้า เพราะไม่รู้จะเริ่มขายอะไรดี อันนั้นก็ดี อันนี้ก็ใช่ บางชิ้นใหญ่ไปกลัวจะขายไม่ได้ บางชิ้นคนอื่นเขาขายดีก็อยากขายบ้าง ประมาณว่าหาจุดยืนไม่เจอครับ เห็นเขาขายดีเลยเอามาขายแต่จริง ๆแล้วไม่มีความรู้เรื่องสินค้าเลย ก็ทำให้ขายไม่ออกเช่นกัน วันนี้สอน amazon มีแนวทางในการเลือกสินค้าสำหรับมือใหม่มาแนะนำกันด้วยครับ

การเลือกสินค้าสำหรับมือใหม่นั้นก็ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแค่เลือกขายสินค้าตามฤดูกาล เพราะสินค้าประเภทนี้ขายดีมาก ๆ จึงไม่ยากที่จะทำยอดครับ อย่างเช่นในเทศกาลที่ใกล้จะถึงอย่างเทศกาลปีใหม่ควรเตรียมหาสินค้าเกี่ยวกับปีใหม่มาขายครับมาดูหลักการเลือกกันเลย

  1. เลือกสินค้าตามเทศกาล

ควรที่จะมีการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าครับ วางแผนเอาไว้เลยประมาณสามเดือน ดูเลยว่าอีกสามเดือนข้างหน้าจะมีเทศกาลอะไร ก็ควรเตรียมเลือกสินค้าเหล่านั้นเอาไว้ก่อนเลยครับ เช่นเทศกาลปีใหม่ อีสเตอร์ คริสมาสต์ เลือกชิ้นที่ราคาไม่ต่ำเกินไป ซึ่งอย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 20$ เพราะจะได้มองเห็นกำไรหน่อยครับ

  1. วางแผนงานสำหรับสินค้า

เมื่อได้สินค้าตามเทศกาลแล้ว คุณก็ควรที่จะหาเนื้อหาสำหรับเทศกาลนั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าครับ เพื่อเป็นการโปรโมทให้กับบล็อคของคุณ อาจจะเป็นรีวิวหรือประโยชน์ ความเป็นมาของเทศกาลที่สอดคล้อยกับสินค้าทำให้ผู้อ่านได้ประโยชน์และไม่ยากที่เขาจะคลิกซื้อสินค้าผ่านแบนเนอร์ของคุณครับ

  1. ทำบล็อคบ่อย ๆ

เพราะคุณขายสินค้าตามเทศกาล ฉะนั้นจึงต้องทำบล็อคบ่อยๆ ครับ ทำบล็อคให้เข้ากับเทศกาลนั้น ๆ ดังนั้นคุณต้องหมั่นหาสินค้าบ่อย ๆ เพราะเทศกาลต่าง ๆ ก็จะมีสินค้าแตกต่างกันไปด้วย และต้องหาความรู้เกี่ยวกับเทศกาลด้วยครับ เพื่อที่จะได้ใช้ทำบทความเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ

สำหรับมือใหม่แล้วคงไม่มีสินค้าไหนดีไปกว่าการขายสินค้าตามเทศกาลครับ แม้สินค้าจะราคาไม่แพงมากนัก แต่มียอดขายเรื่อย ๆ ก็น่าจะพอทำให้มือใหม่ตั้งตัวได้ไม่ยาก ยิ่งทำ SEO ควบคู่กันไปด้วยแล้วไม่ยากที่จะติด index ครับ ถ้าไม่มีความรู้เรื่องของ SEO สามารถจ้างทำได้เพราะเดี๋ยวนี้มีหลากหลายบริษัทที่รับทำ SEO ครับ อาจจะต้องลงทุนสักหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนครับ แลกกับการที่ลูกค้าจะเห็นเว็บของคุณมากขึ้น รับรองเลยว่าได้มากกว่าที่จ่ายไปแน่นอนครับ สำหรับใครที่ยังหาสินค้าไม่ได้ ก็ลองดูนะครับเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นครับ

สาระ มีอยู่จริง

วันนี้มีเทคนิคลัด เทคนิคดี ๆ ในการทำ amazon มาฝากกันครับ เป็นเทคนิคที่คุณอาจจะต้องมีความรู้ในการทำ amazon มาพอสมควรนะครับ ไม่งั้นอาจจะมึนตึบได้ ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ในการติดหน้าหนึ่งก็คงไม่พ้นเครื่องคีย์เวิร์ดครับ ซึ่งวิธีที่จะเสนอนี้ บอกเลยว่าไม่ธรรมดาครับ  หลายคนที่ทำ amazon อาจจะเจอปัญหาเจ้าถิ่น เจ้าพ่อที่นั่งติดบังลังก์ไม่ยอดตกอันดับทำให้การที่คุณจะไต่เต้าขึ้นไปอยู่หน้าแรกนั้นทำได้ยากเหลือเกิน แต่อย่าเพิ่งท้อครับ เพราะวันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ มาทำ amazon กันครับ มาดูกันเลย โดยเทคนิคนี้นิยมทำกันมากสำหรับผู้ขายอเมซอน ซึ่งก็การันตีถึงยอดขายที่มาขึ้น ดังนั้นใครอยากให้ยอดขายดีลองนำไปทำตามกันดู รับรองว่าไม่ผิดหวังเพราะเทคนิคนี้มีผลในการขายแบบระยะยาวด้วย

ซึ่งเป็นคือที่มีคนค้นหาพอสมควร ก่อนอื่นนั้นต้อองมาเช็คก่อนครับว่า มีการค้นหามากเท่าไหร่ เดือน ๆ นึงมีคนหาเยอะมั้ยด้วยการใช้ adwords tools เป็นอะไรที่ใช้ง่ายและเบสิกมาก ๆ ครับ จะเห็นได้ว่ามีคนค้นหาเยอะและคู่แข่ง adwords สูงมาก ๆ เช่นกันครับ ต่อมาให้เช็คใน google ว่ามีกี่เซิฟ ซึ่งผลการค้นหาอยู่ที่ประมาณ 950000 เยอะใช่เล่น แล้วอย่างนี้จะสู้ไหวหรอ ไม่ต้องกลัวครับ แม้ว่าจะมีคนทำเพียบนั่นแสดงว่าคนนิยมคนนี้พอสมควร แม้ว่า google จะบอกว่ามีเยอะ แต่ให้ลองใส่ เครื่องหมาย “” ลงไปในต้นและท้ายคีย์จะเห็นว่ามีไม่กี่หมื่นครับ ซึ่งเป็นอะไรที่เวิร์คมาก ๆ

ขั้นต่อไปให้หาสินค้าที่ตรงกับคีย์เวิร์ดที่หาไว้ใน amazon สมมติว่าเป็นสินค้าที่มีคนรีวิวเยอะ ดาวเยอะ น่าจับมาทำก็ไม่ควรพลาดครับดึงมาทำเลย แน่นอนว่าคุณจะเจอกับเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ทื่เว็บ rollerbackpack.org แต่ไม่มีปัญหาเพราะคุณจะสู้ด้วย on page ครับโดยใช้ title คำอธิบายซึ่ง google จะเก็บค่าเหล่านี้ด้วย ทำให้เว็บคุณสามารถแซงเจ้าใหญ่ได้แบบมาแรงแซงทางโค้งเลยครับ ให้ใช้ wp ใส่สคริปต์แรง ๆ สักตัว google จะมาเก็บรายละเอียดที่ index บน title ที่เราใส่คีย์เอาไว้ แนะนำให้มีสักสามร้อยบล็อคที่ไม่ซ้ำ ip กันเมื่อ index แล้วล่ะก็ขึ้นหน้าแรกได้สบายเลยล่ะครับ

ทั้งนี้จะต้องหมั่นใส่ใจอยู่ตลอดนะครับ เพราะอันดับ google ขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา  ฉะนั้นอย่าชะล่าใจหมั่นหาคีย์เวิร์ด niche บ่อย ๆ ซึ่งหากทำจนชินแล้วล่ะก็ไม่มีอะไรที่ยากเกินจะทำได้ครับ

 

ขอบคุณข้อมูล : medium.com

สาระ มีอยู่จริง

ไมโครนิวเทรียนท์คืออะไร

สารอาหารจำพวกนี้หมายถึงสารเคมีที่ร่างกายต้องการเพื่อการอยู่รอด สารอาหาร ไมโครนิวเทรียนท์ สามชนิด ได้แก่ โปรตีนคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ถ้าเราเคยได้ยินใครพูดถึง “แมโคร” พวกเขากล่าวถึงสารอาหารที่สำคัญเหล่านี้ บางคนเรียกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากมีการประมวลผลแตกต่างจากทานคาร์โบไฮเดรตไขมันและโปรตีน แน่นอนว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้เป็นหนึ่งในสามชั้นเรียนที่สำคัญของสารที่ร่างกายต้องการในปริมาณมากแม้จะมีสิ่งที่นักศึกษาบางคนคิดว่า แต่เป็นสารอื่น ๆ ที่บริโภคในปริมาณที่ค่อนข้างมาก

                ปริมาณของ ไมโครนิวเทรียนท์ ที่แตกต่างกันตามความต้องการของแต่ละบุคคล – รวมถึงสัดส่วนของสารอาหารต่อกันและกันจะแตกต่างกันไปตามอายุวิถีชีวิต (อยู่ประจำที่ใช้งานหรือใช้งานมาก) เพศสถานะสุขภาพและเป้าหมายด้านสุขภาพ

                ประเภทของธาตุอาหารหลัก คาร์โบไฮเดรต,โปรตีน,ไขมัน USDA ให้คำแนะนำทั่วไปสำหรับวิธีที่ชาวอเมริกันควรจัดสรรแคลอรี่ (แคลอรี่) ต่อสารอาหาร แมโครนิวเทรียนท์ ฉลากข้อมูลด้านโภชนาการรวมอยู่ในบรรจุภัณฑ์อาหารสะท้อนคำแนะนำเหล่านี้และตั้งอยู่บนพื้นฐานของอาหาร 2,000 แคลอรี่สำหรับชาวอเมริกันโดยเฉลี่ย

                แคลอรี่เป็นหน่วยวัดที่นับพลังงานที่มีอยู่ในอาหาร หากมีแคลอรี่ 100 แคลอรี่ร่างกายจะใช้พลังงาน 100 แคลอรี่เพื่อเผาผลาญพลังงาน แต่ละคนมีอัตราการเผาผลาญพื้นฐานของตัวเองซึ่งเป็นพลังงานเท่าใดหรือกี่แคลอรี่ที่ร่างกายต้องการเพียงเพื่อจะมีชีวิตอยู่ การคำนวณอย่างคร่าวๆ สำหรับอัตราการเผาผลาญคือน้ำหนักตัวคูณด้วย 11 สำหรับผู้ชายและ 10 สำหรับผู้หญิง การออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวใด ๆ เพิ่มลงในอัตราการเผาผลาญขั้นพื้นฐานนี้ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ – บวกกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ – ที่เรากินต้องใช้พลังงานเพิ่มเติมเพื่อให้ร่างกายเผาผลาญหรือเผาผลาญ

                อาหารจำนวนมากทำงานโดยการเปลี่ยนสัดส่วนของสารอาหารที่เราบริโภคเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แน่นอน ตัวอย่างเช่นการบริโภคโปรตีน (พร้อมกับการฝึกน้ำหนัก) อาจช่วยให้เราได้รับมวลกล้ามเนื้อในขณะที่บริโภคคาร์โบไฮเดรตน้อยลงสามารถกระตุ้นให้น้ำหนักลดลง

                แคลอรี่ต่อโมเลกุลอาหาร 9 แคลอรี่ต่อกรัมของไขมัน,4 แคลอรี่ต่อกรัมของโปรตีน,4 แคลอรี่ต่อกรัมของคาร์โบไฮเดรต,7 แคลอรี่ต่อกรัมของแอลกอฮอล์ เหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยเนื่องจากโปรตีนคาร์โบไฮเดรตและไขมันอาจแตกต่างกันเล็กน้อย

                แอลกอฮอล์ (เอทานอล) เป็นสารที่ใช้กันทั่วไปที่มีแคลอรี่เจ็ดแคลอรีต่อกรัม แม้ว่านักโภชนาการบางคนจะเรียกมันว่า แมโครนิวเทรียนท์ ตามที่นักชีววิทยามันไม่ได้เป็นสารอาหารเนื่องจากไม่จำเป็นต้องในปริมาณมากสำหรับการอยู่รอดของร่างกายและการทำงาน อาจถือได้ว่าเป็นสารอาหาร แต่ไม่ใช่สารอาหารที่มีธาตุอาหารเนื่องจากไม่ได้ให้เราค่าทางโภชนาการใด ๆ กับอาหาร แม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณปานกลางสามารถให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้บ้าง แต่ก็มีหลักฐานว่าการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์เป็นทางเลือกที่ใส่ใจในสุขภาพมากที่สุด

 

ขอบคุณข้อมูล : www.nutrilite.co.th

สาระ มีอยู่จริง

คุณภาพของกระเทียม

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกับกระเทียมกันสักเล็กน้อย…กระเทียมเป็นพืชล้มลุกที่มีหัวอยู่ใต้ดิน โดยแต่ละหัวประกอบด้วยกลีบเรียงซ้อนกันประมาณ 4-15 กลีบ และเมื่อโตเต็มที่แต่ละกลีบจะมีกาบเป็นเยื่อบางๆสีขาวอมชมพูหุ้มอยู่โดยรอบ ต้นกระเทียมมีรากไม่ยาว มีใบลักษณะยาวแบน ปลายใบแหลมแคบ โคนมีใบหุ้มซ้อนกัน ออกดอกเป็นช่อ มีสีขาวติดเป็นกระจุกที่ปลายก้านช่อ จุดเด่นที่สำคัญที่ทำให้กระเทียมเป็นที่รู้จัก ก็คือ กระเทียมมีกลิ่นหอมฉุน รสชาติเผ็ดร้อน นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารไทยหลายชนิดกระเทียมสามารถนำมาใช้ในการเสริมสวยหรือรักษาโรคบางอย่างได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  1. ใช้รักษาอาการปวดหู หูอื้อ หูตึง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หูไม่ค่อยจะดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัยหรือายุที่สูงขึ้น หรือร่างกายที่อ่อนแอลงทุกที หมอยาพื้นบ้านแนะนำให้ให้กระเทียมในการแก้ไข เพราะพวกเขาเชื่อว่าวิธีรักษาหรือแก้โรคหูตึงสามารถทำได้ง่ายๆด้วย “กระเทียม” วิธีการก็คือ ปอกเปลือกกระเทียม ตำกระเทียมให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำกระเทียมออกมาและนำมาหยอดหูประมาณ 1 – 2 หยด ทิ้งไว้สักระยะแล้วควํ่าให้น้ำออกจากหู หยอดหูวันละ 2-3 ครั้ง ทำต่อเนื่องนาน 1-2 สัปดาห์ เมื่อทำได้เช่นนี้ อาการของโรคหูตึงก็จะดีขึ้นและหายได้

  1. ช่วยกำจัดเสี้ยนตำ

เมื่อใดก็ตามที่เกิดอาการเสี้ยนตำเท้าหรือตำมือ แล้วดึงเสี้ยนออกได้ยากไม่จำเป็นต้องหาอุปกรณ์หนีบหรือคีบใดๆ แค่เพียงใช้กระเทียมช่วยก็ทำได้แล้ว ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้   เริ่มจากการฝานกระเทียมบางๆ ก่อน แล้วนำกระเทียมไปวางบนเสี้ยน ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เสี้ยนจะโผล่ออกมาเองอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ

  1. แก้ปัญหาผมหลุดผมร่วง

เริ่มต้นจากการฝานกระเทียมเป็นชิ้นบางๆ เช่นเดิม จากนั้นนำกระเทียมไปผสมกับออยล์หรือน้ำมัน และนำมานวดศีรษะให้ทั่ว ประโยชน์ของสรรพคุณของกระเทียมจะเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นคนที่มีผมดกดำได้

  1. บอกลายุงกวนใจ

เป็นที่รู้ดีอยู่ว่า กระเทียมมีกลิ่นฉุนมาก และกลิ่นแรงๆแบบนี้ก็สามารถนำมาใช้ในการไล่ยุงได้ง่ายๆ เพราะสัตว์ตัวจิ๋วเหล่านี้ไม่ชอบกลิ่นที่เหม็นๆสักเท่าไหร่ วิธีการที่ใช้ในการไล่ยุง คือ การสับกระเทียมเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาผสมกับน้ำมันพืชแช่ทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นนำไปผสมน้ำแล้วพอกตามร่างกายได้เลย แม้กลิ่นจะแรงแต่คุณจะปลอดภัยจากการทำร้ายของยุงอย่างแน่นอน สบายใจได้เลย

  1. กำจัดกลิ่นเท้า

หากกลิ่นเท้าของคุณรุนแรง จนคนข้างๆต้องร้องขอชีวิต อย่าทำให้เป็นปัญหาใหญ่อีกเลยค่ะ เพราะกลิ่นเท้าสามารถกำจัดให้หายไปได้ ดังนั้น หากใครมีปัญหากลิ่นเท้ารบกวนอยู่เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความอับชื้นจนทำให้เกิดเป็นเชื้อราหรือกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ สามารถแก้ปัญหาง่ายๆ ได้ด้วยวิธีการ คือ ผสมกระเทียมบดลงในน้ำอุ่น กวนให้เข้ากันแล้วแช่เท้าลงไป ทิ้งไว้สักพักกลิ่นเท้าก็จะเบาบางลงได้

นอกจากนี้ กระเทียมยังประกอบไปด้วยสารอาหาร น้ำ กรดไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล กรดอะมิโน เหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี ฯลฯ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.tmtland.co.th

สาระ มีอยู่จริง

ลดความอ้วนด้วย…บอระเพ็ด

ถ้าหากให้พูดถึงสมุนไพรไทยที่มีรสชาติขมที่สุดในบรรดาสมุนไพรไทยนั้นทุกคนต้องยกให้กับ บอระเพ็ด ที่มีเสียงชื่อให้ด้านที่เป็นสมุนไพรที่กินยากที่สุด เพราะด้วยความที่มีรสชาติขมที่สุดนี่แหละที่ทำให้มีสรรพคุณมากมายเสียเหลือเกิน จึงเกิดการเปรียบเทียบในสำนวนที่ว่า “หวานเป็นลมขมเป็นยา” เพราะรสชาติที่ขมนั่นเอง และยังมีหลายคนเกิดคำถามที่ว่า บอระเพ็ดนั้นเป็นสมุนไพรที่สามารถช่วยลดน้ำหนักของเราได้จริงหรอ วันนี้จะมาพาคำตอบกันว่า เจ้าสมุนไพรตัวนี้สามารถช่วยให้เรานั้นลดน้ำหนักได้หรือไม่ แต่ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักเจ้าสมุนไพรตัวนี้กันก่อนว่ามีสรรพคุณอะไรบ้าง

บอระเพ็ด เป็นสมุนไพรที่มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย และส่วนที่เรานำมารับประทานกันนั้นก็คือส่วนลำต้นหรือเถาของมันนั้นองที่มีรสชาติขมสุดๆและมีประโยชน์สุดๆเหมือนกัน โดยสรรพคุณที่เห็นได้ชัดจนเลยก็คือ มีสรรพคุฯที่ช่วยในการระงับความร้อนและบายออกมาทางเหงื่อได้ดี ดังนั้นคนที่เป็นไข้ถ้าหากรับประทานบอระเพ็ดเข้าไปก็จะช่วยในการลดไข้ได้ และยังมีคุณประโยชน์อีกหลายๆอย่างอีก ตัวอย่างเช่น ลดน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และยังมีสารที่ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น และก็ยังมีคนบางกลุ่มที่เชื่อว่าบอระเพ็ดสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง นั้นเกิดมาจากสารเหตุที่ว่า ขณะที่เรารับประทานบอระเพ็ดเข้าไปแล้วมีรสชาติที่ขมทำให้การรับรู้รสชาติของเรานั้นขม เลยส่งผลให้เราไม่อยากที่จะรับประทานอะไรต่อ และนี่ก็คือเหตุผลว่า กินบอระเพ็ดแล้วช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งวิธีการที่จะรับประทานบอระเพ็ดนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะกินไปทั้งสดๆแบบนั้น โดยวิธีการเตรียมบอระเพ็ดมีขั้นตอนและวิธีการดังนี้

  1. นำบอระเพ็ดที่แก่แล้วมาหั่นเป็นท่อนๆแล้วตากแดดให้แห้ง
  2. นำบอระเพ็ดที่ตากแดดแห้งแล้วมาบดเป็นผงๆ
  3. เมื่อได้บอระเพ็ดที่เป็นผงแล้วนำมาผสมกับน้ำผึ้งเพียงเล็กน้อย แล้วก็ปั้นเป็นลูกกลมๆเม็ดเล็กแล้วนำไปตากแดดให้แห้งพร้อมรับประทาน

ส่วนในเรื่องของการรับประทานบอระเพ็ดเพื่อลดความอ้วนนั้นก็ควรที่จะรับประทานก่อนอาหารเช้า 5-10 นาที โดยรับประทานครั้งละ 2-3 เม็ด ให้ท่านทานติดกันต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์น้ำหนักจะค่อยๆลดลง แต่บอระเพ็ดนั้นก็มีผลข้างเคียงอยู่เหมือนกันคือ หากทานติดต่อกันเกิน 1 เดือนก็จะส่งผลต่อตับ ไตและหัวใจได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นควนเว้นระยะห่าง 1-2 สัปดาห์แล้วค่อยกลับมารับประทานใหม่เพื่อให้ร่างกายนั้นปรับสภาพก่อน และหากมีบางท่านที่รับประทานบอระเพ็ดไปแล้วเกิดอาการ อ่อนเพลีย ตาเหลือง มือเท้าเย็น หรือเกิดอาการแขนขาไม่มีแรงก็ควรหยุดรับประทานและรีบพบแพทย์ทันที

            เรียกได้ว่าบอระเพ็ดเป็นสมุนไพรที่มากด้วยคุณประโยชน์มากมายมหาศาลต่อร่างกายของเรา ก่อนที่จะรับประทานสมุนไพรตัวไหนเราควรทำการศึกษาหารายละเอียดข้อมูลต่างๆให้แน่ชัดเสียก่อน เพราะสมุนไพรบางชนิดก็ไม่สามารถที่จะรับประทานได้ทุกคน ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการซื้อมารับประทาน และสมุนไพรทุกชนิดหากเรารู้วิธีรับประทาน และรู้โทษของมันก็จะทำให้เกิดผลดีต่อร่างกายของเรา

ขอบคุณข้อมูลจาก :gninternews

สาระ มีอยู่จริง

เคล็ดลับสุขภาพยอดนิยม 7 ข้อในขณะเดินทาง

เคล็ดลับสุขภาพยอดนิยม 7 ข้อในขณะเดินทาง

การเดินทางไปทั่วสถานที่ต่างๆอาจเหน็ดเหนื่อยและไม่เป็นประโยชน์ต่อคุณ ดื่มด่ำกับอาหารท้องถิ่นและวัฒนธรรมที่สามารถทำให้คุณเลือกทางเลือกที่ไม่แข็งแรง เมื่อในวันหยุดคุณจะไม่ค่อยจดจำเกี่ยวกับอาหารและปริมาณแคลอรี่ของคุณและแทนที่จะดื่มด่ำกับวัฒนธรรมและประสบการณ์ของสถานที่ที่คุณไปเยี่ยมชม ตอนนี้ในสาระสำคัญนั่นคือทั้งหมดที่ดีจริงๆและสำรวย แต่เราไม่สามารถละเลยเสมอสุขภาพของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทาง

  1. ให้ทานอาหารว่างที่มีไขมันต่ำและมีสุขภาพดีกับคุณเสมอ

เมื่อคุณมองเห็นคุณจะไปรอบ ๆ บริเวณต่างๆไม่ว่าจะโดยการเดินเท้าหรือทางรถยนต์ นี้อาจใช้เวลาสักครู่และมันจะมีโอกาสสูงที่คุณจะได้รับหิวบางพร้อมการเดินทาง จากความหิวโหยคุณอาจเสี่ยงต่อสุขภาพของคุณด้วยอาหารที่ไม่รู้จักและแม้กระทั่งไม่แข็งแรงที่สามารถพบได้บริเวณรอบ ๆ แทนที่จะเป็นทางเลือกนั้นคุณควรเลือกที่จะนำขนมที่มีสุขภาพดีและไขมันต่ำติดตัวไปด้วยเช่นผลไม้และถั่ว นี้ไม่เพียง แต่ช่วยให้คุณประหยัดแคลอรี่น้อย แต่ยังช่วยให้คุณมีความปลอดภัยของอาหารที่คุณกำลังรับประทานอยู่

  1. ให้ความชุ่มชื้น

การเดินทางรอบจุดหมายปลายทางของคุณจะเหนื่อยมากในที่สุด คุณจะสูญเสียของเหลวจำนวนมากซึ่งเป็นเหตุผลที่คุณควรเก็บไว้ในการเติมเต็มและให้ความชุ่มชื้นด้วยตัวคุณเอง น้ำดื่มบรรจุขวดจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเนื่องจากคุณสามารถมั่นใจได้ว่าน้ำดื่มและปลอดภัย

  1. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นี้อาจเป็นเคล็ดลับที่ยากที่สุดที่จะทำตั้งแต่การเดินทางจริงๆจะต้องมีแอลกอฮอล์ แต่การงดเว้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราวจะทำให้ตับของคุณมีความสุขมากและจะทำให้คุณมีจิตใจที่ชัดเจนเพื่อให้สามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางของคุณได้ในวันถัดไป

  1. นอนหลับสบาย

การเดินทางครั้งนี้ย่อมใช้พลังงานของคุณมาก อาจเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายไปกับการไปเที่ยวรอบเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวได้ภายในหนึ่งวัน นี่คือเหตุผลที่คุณควรพักผ่อนให้เพียงพอในตอนท้ายของวัน นี้จะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มวันหยุดของคุณในวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

  1. สวมรองเท้าเดินสบาย ๆ

หากคุณกำลังจะเดินเท้าเพื่อเดินทางคุณควรลงทุนรองเท้าคู่รักที่ดี พวกเขาสามารถให้ความสะดวกสบายแม้หลังจากชั่วโมงและเวลาเดิน ตัวอย่างของรองเท้าประเภทนี้คือรองเท้ากีฬาหรือยางและรองเท้าแตะหรือผ้าใบสำหรับผู้หญิง

  1. ไปทัวร์เดินป่า

การเดินป่าเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเดินทาง ไม่เพียง แต่คุณจะได้สัมผัสกับความงามของสภาพแวดล้อมของคุณ แต่คุณจะได้รับการออกกำลังกายด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณต้องการกิจกรรมที่มีสุขภาพดีที่สุดการเดินป่าจะเป็นคำตอบของคุณ

  1. พกพาเจลทำความสะอาดมือติดตัวเสมอ

ในการเดินทางคุณจะได้สัมผัสกับวัตถุประเภทต่างๆไม่ว่าจะเป็นสุขาภิบาลหรือไม่สะอาด เพื่อให้คุณสามารถทำความสะอาดมือของคุณจากเชื้อโรคต่างประเทศที่คุณอาจสัมผัสได้

 

ขอบคุณข้อมูล :  today.line.me