สาระ มีอยู่จริง

กองทุนปันผล VS  ไม่ปันผล แบบไหนดีกว่ากัน

เชื่อว่า หลายๆคนที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนใดกองทุนหนึ่งคงมีข้อสงสัยและลังเลใจอยู่ว่า จะเลือกซื้อกองทุนที่มีนโยบายปันผลหรือไม่ปันผลดี เพราะใจหนึ่งก็อยากมีเงินไว้ใช้ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากเสียภาษี ณ ที่จ่าย ให้เงินทำงานต่อแบบนั้นไปเรื่อยๆก็ดีเหมือนกัน สำหรับยังลังเลไม่รู้จะตัดสินใจเลือกซื้อแบบไหน วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาฝาก

การเลือกซื้อกองทุนใดๆก็ตาม สิ่งแรกที่ผู้ลงทุนควรพิจารณาก็คือ

1.เป้าหมายของการลงทุน  ถ้าเป้าหมายของคุณ คือ การสร้างกระแสเงินสด ในระหว่างทางการลงทุน  ซึ่งเป็นเป้าหมายในระยะสั้น ควรเลือก กองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่หากเป้าหมายของคุณ คือ เงินก้อนโต ที่จะได้รับหลังการลงทุน ควรเลือก กองทุนที่มีนโยบายไม่จ่ายเงินปันผล

2.อายุ

อายุเป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างโอกาสในการทำเงินให้งอกเงย หากรู้จักการลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อยๆอยู่ ซึ่งแน่นอนว่า คนที่อยู่ในวัยทำงานและมีกำลังในการหาเงิน ย่อมมีโอกาสที่มากกว่า เพราะ ยังสามารถทำงานหาเงินได้ และยังคงมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกเดือน

แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณหรือคนที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า เป็นวัยที่ไม่มีรายได้หรือ หากมีรายได้ก็อาจจะไม่มากเหมือนตอนที่ยังทำงานอยู่ การเลือกกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลจึงมีความเหมาะสมกว่า เพราะ นอกจากจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้แล้ว ยังสามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อนในการเสียภาษี ณ ที่จ่ายได้อีกด้วย หากค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนรายปีไม่ถึง150,000 บาท ก็จะขอคืนเงินจากภาษีที่ถูกหักได้

3.รายได้

รายได้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนของคุณเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ลงทุนที่เป็นพนักงานประจำ มีงานเป็นหลักแหล่งและมีรายได้ที่ตายตัว  อาจจะเลือกการลงทุนในกองทุนแบบจ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายปันผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยและเป้าหมายของตัวคุณเอง

แต่สำหรับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น อาชีพอิสระ ขายของออนไลน์ คนที่มีรายได้น้อย ควรเลือกกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลมากกว่า กองทุนที่มีนโยบายไม่จ่ายเงินปันผล เพราะ นอกจากจะเป็นนำมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังช่วยให้รายได้ของเราเพิ่มขึ้นแถมยังมีเงินสำรองเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้อีกทาง

 

 

4.สไตล์ความชอบในการลงทุน

ปัจจัยข้อสุดท้าย คือ สไตล์ความชอบ ระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละคน  บางคนชอบที่จะสะสมเงินไปเรื่อยๆและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน หวังเงินก้อนโตไว้ใช้สำหรับการเกษียณหรือวางแผนที่จะปลดระวางการทำงาน กองทุนไม่ปันผลจึงเหมาะกว่า

และเพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณา ลองมาดู ข้อดี ข้อด้อย ของกองทุนทั้งสองประเภท

กองทุนปันผล   ข้อดี  มีดังต่อไปนี้

1.เงินปันผล  ความน่าสนใจของกองทุนนี้ คือ เงินที่จะได้รับ นั่นเอง แต่จำนวนเงินจะมาหรือน้อยขึ้นอยู่กับผลกำไรจากการดำเนินงานของกองทุน  หากกองทุนมีผลการดำเนินงานที่ดี ผลกำไรหรือค่าตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับก็จะเพิ่มขึ้น

2.ลดความเสี่ยง    ปัจจุบันมีนักลงทุนเป็นจำนวนมากที่รับไม่ได้กับความผันผวนของสภาวะทางการตลาดที่มีขึ้นมีลง ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนและเพื่อความสบายใจของผู้ลงทุนเอง การรับเงินปันผล ย่อมเป็นค่าตอบแทนที่ดีกว่า

กองทุนปันผล   ข้อด้อย  มีดังต่อไปนี้

1.เสียภาษี ณ ที่จ่าย  10 % จากเงินปันผล ผลกำไรที่เราได้รับจากการลงทุนในรูปแบบของเงินปันผลนั้น จะมีการหักภาษี  ทำให้กำไรค่าตอบแทนที่จะได้รับนั้นไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

2.ไม่มีเงินก้อน    สำหรับใครที่หวังว่า การลงทุนจะช่วยให้เรามีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคต ไม่ควรเลือกการลงทุนแบบจ่ายเงินปันผล เพราะ นอกจากเราจะไม่ได้รับเงินก้อนโตแล้ว  เงินปันผลที่เราได้รับอย่างสม่ำเสมอ ยังเป็นการลดมูลค่าของกองทุนให้ลดลงอีกด้วย

กองทุนไม่ปันผล  ข้อดี มีดังนี้คือ

1.ไม่มีการหักภาษี    เมื่อไม่มีการจ่ายเงินปันผล ผลตอบแทนที่จะได้รับก็จะเต็มเม็ดเต็มหน่วย

2.กำไรสะสมในกองทุน สำหรับใครที่ลงทุน เพื่อเป้าหมาย การมีเงินก้อนไว้ใช้ในยามเกษียณ กองทุนไม่ปันผลเหมาะสมที่สุด เพราะทุกครั้งที่มีผลกำไร กองทุนนี้จะนำผลกำไรที่ได้รับนั้นไปลงทุนต่อ ทำให้มูลค่าของหน่วยลงทุนนั้นสูงขึ้น  เมื่อไม่มีเงินปันผลก็จะทำให้เงินปลายทางของผู้ลงทุน เติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกลายเป็นเงินก้อนโต

กองทุนไม่ปันผล  ข้อด้อย มีดังนี้คือ

1.ไม่มีเงินใช้จ่ายในระหว่างทาง  แน่นอนว่า การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง หากในระหว่างการนำเงินไปต่อยอดการลงทุน สภาวะการตลาดของกองทุนอยู่ในระดับต่ำ ผลการดำเนินงานของกองทุนก็ย่อมได้รับผลกระทบ ผู้ลงทุนเองก็อาจจะไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุน

สุดท้าย ไม่ว่า คุณจะเลือกการลงทุนในรูปแบบกองทุนปันผลและไม่ปันผล  สิ่งแรกที่คุณไม่ควรลืม คือ เป้าหมาย ระยะเวลาของการลงทุนสอดคล้องกับความต้องการของตัวผู้ลงทุนเองหรือไม่